CU-TEP at Impact Muang Thong Thani...

posted on 25 Sep 2008 09:50 by paan  in Journal

 
London Taxi : Taken near Rasa tower, Bangkok. Not related to the journal. (19-SEP-08)

ห่างหายจากการเขียน Blog ไปนาน ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่คราวนี้อดไม่ได้จริงๆ จำเป็นต้องเล่าสู่กันฟัง

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา(21 ก.ย. 51) ผมมีโอกาสไปสอบวัดความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษของศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Test of English Proficiency by Chulalongkorn University Academic Testing Center : CU-TEP) ซึ่งได้สมัครไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ก่อนที่รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช จะประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร ทำให้การจัดสอบรอบที่ 9/2008 ในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. 51 เป็นอันต้องเลื่อนการสอบออกไป เนื่องจากจะขัดต่อคำสั่งห้ามชุมนุมฯ

สำหรับตัวผมเองสมัครสอบในรอบ 10/2008 ซึ่งก็คือ 21 ก.ย. 51 ที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้น ก็ไม่ได้เลื่อนแต่อย่างใด เอะใจนิดหน่อยว่าทำไมต้องไปสอบถึงอิมแพคเมืองทองธานี แต่เพราะสอบครั้งแรก เลยคิดว่าปกติคงมีคนสอบจำนวนมาก การจัดสอบในที่กว้างๆ แบบนั้นคงเป็นเรื่องปกติ และศูนย์ทดสอบฯ คงจะมีประสบการณ์ในการจัดสอบในสถานที่กว้างๆแบบนั้นมาแล้ว

ถึงวันกำหนดสอบผมออกจากบ้านเกือบแปดโมงเช้า ซึ่งช้ากว่ากำหนดที่วางแผนไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่เพราะรถว่าง และเรียกได้แท็กซี่ที่มีประสบการณ์ ผมใช้เวลาเดินทางจากบริเวณแดนเนรมิตรเก่าไปจนถึงสถานที่สอบบริเวณ Hall 9 เมืองทองธานี เพียงไม่ถึง 20 นาที

ไปถึงบริเวณสถานที่สอบ ก็เห็นผู้เข้าสอบรวมทั้งผู้มาให้กำลังใจจำนวนมากเดินเตร็ดเตร่บ้าง หาห้องสอบกันอยู่บ้าง หากดูเฉพาะคนที่ดูจะเป็นผู้เข้าสอบ(ถือดินสอ, เครื่องเขียน) คร่าวๆ ผมว่าหลายพันคน ตีซัก 4,000 คน นึกในใจว่าน่าดีใจแทนจุฬาฯ ซึ่งมีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายไม่น่าจะต่ำกว่า 1.6 ล้านบาท(ค่าสมัครสอบ คนละ 400 บาท) ถ้าตีราคาค่าเช่าสถานที่ไกลตัวเมืองแบบนี้ รวมกับค่าแรงของเจ้าหน้าใน 1 วัน ค่าไฟฟ้า ค่าเครื่องปรับอากาศ ตีไว้อย่างมากตัวเลขกลม 6 แสนบาท กำไรน่าจะเข้ากระเป๋าของศูนย์ทดสอบฯ ไม่ต่ำกว่าล้านบาทแน่นอน

ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ และพยายามเดินผ่านผู้คนที่เบียดเสียดเพื่อหาห้องสอบอยู่นั้น ก่อนจะคิดเตลิดไปมากกว่านี้ ก็เจอห้องสอบพอดี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เรียกเข้าห้องสอบเวลาประมาณ 8.40 นาที

"สิ่งของที่นำเข้าห้องสอบได้ คือ บัตรสอบ บัตรประชาชน ดินสอ ปากกา ยางลบ และ กระเป๋าสตางค์ใบเล็ก เท่านั้น ห้ามนำสิ่งอื่น ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าถือ เป้ กระดาษ ซอง กระเป๋าเครื่องเขียน โทรศัพท์มือถือ เข้าห้องสอบ โดยเด็ดขาด ให้นำไปวางไว้ในที่ที่จัดไว้ให้เท่านั้น และทางศูนย์จะไม่รับผิดชอบใดๆต่อความเสียหาย สูญหายของทรัพย์สินเหล่านั้น ใดๆทั้งสิ้น" นี่คือสิ่งที่ผมพอจะสรุปได้จากการประกาศซ้ำๆกันทุกๆ 5 นาทีของเจ้าหน้าที่คุมสอบ

วันนั้นสิ่งที่ผมเอาติดตัวไปคือ แผนที่เมืองทองธานี ใบเสร็จรับเงิน บัตรสอบ(ได้รับวันศุกร์ ก่อนสอบ 2 วัน !!!) กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ(Asus P750) กระเป๋าใส่เครื่องเขียนขนาดเท่าซองใส่เอกสารแบบยาว กล่องใส่บุหรี่ และกุญแจบ้าน เมื่อได้ยินประกาศนึกในใจว่า ต้องแย่แน่ๆ เพราะแม้ว่ามีบริการรับฝากของ โอกาสที่จะเกิดการหยิบสลับกันยังมีได้เลย เพราะคนตั้งหลายพันคน แต่นี่เลือก"วาง"ได้ตามใจชอบ ตอนหยิบคืนก็หยิบตามใจชอบ ถ้ามองโลกในแง่ดีว่าคนจะหยิบแต่ของตัวเอง โอกาสที่จะหยิบผิดหยิบสลับยิ่งมีมากขึ้นไปอีก

แต่...เราเชื่อจริงๆหรือว่าจะไม่มีมิจฉาชีพ ปะปนมา จะยอมเสียค่าสมัครสอบ 400 บาท เพื่อประกันความปลอดภัย และรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4 หมื่นบาทดีกว่ามั้ย??? คราวหน้ามา เราต้องเตรียมตัวดีกว่านี้แน่ อย่างน้อยต้องเอาเพื่อนมาด้วยคนนึง ช่วยดูแลของๆเรา??? ดีกว่ามั้ย???

ก่อนจะฟุ้งซ่านไปกว่านี้ ผมพยายามทำใจให้สงบนึกถึง "อุเบกขา" แล้วหยิบเอาบัตรประชาชนออกจากกระเป๋าสตางค์มาถือไว้คู่กับบัตรสอบ เอาดินสอ 2 แท่ง ปากกา 1 ด้าม และยางลบแบบแท่ง มากำแน่นไว้ในมือ จากนั้นเอาทุกอย่างนอกเหนือจากที่จะต้องเอาเข้าห้องสอบ ยัดลงไปในกระเป๋าเครื่องเขียนใบเล็กใบเดียวที่ถือมา ไม่ว่าจะเป็น แผนที่ ใบเสร็จรับเงิน โทรศัพท์มือถือ กล่องใส่บุหรี่... ว่าจะเอากุญแจบ้านใส่ไปด้วย แต่มาคิดๆดู ถ้าเกิดอะไรขึ้นขอให้มีเงินกลับบ้าน และไขเข้าบ้านตัวเองได้ดีกว่า เลยเอากุญแจบ้านเข้าไปด้วย

พลันก็เงยหน้ามองไปรอบๆ เห็นเด็กๆที่มาสอบหน้าใสๆ แต่ก็อาจมีมิจฉาชีพมองอยู่ก็ได้ ว่าแล้วผมก็เอาโทรศัพท์มือถือใส่ลงในซองเครื่องเขียนแบบใสของผม ด้วยความใสทำให้มองเห็นว่าซองใส่มือถือเอาไว้ข้างใน คนจะหยิบไปก็ง่ายนิดเดียวเหมือนเลือกซื้อของ เพราะซองมันเล็กหยิบไปไม่มีใครสังเกตได้เลย ดังนั้นผมจึงจัดใหม่ โดยเอาแผนที่ห่อโทรศัพท์มือถือก่อน แล้วค่อยใส่ในซองใส ทำให้เมื่อมองดูจะเห็นแค่ว่าข้างในเป็นกระดาษ และเอกสารธรรมดา

อย่างน้อยก็"รู้สึก"ปลอดภัยมากขึ้น

บริเวณจุด"วาง"ของ เป็นบริเวณน้ำพุ ที่จัดเป็นสวนขนาดเล็ก มีต้นไม้ปลอมหลายต้น เห็นบางคนก็เอากระเป๋าไปแขวน บ้างก็เอาไปวางตามซอกหลืบต่างๆ บางคนเปิดผ้าคลุมโต๊ะแล้วก็เอากระเป๋าใส่ไว้ใต้นั้น แล้วก็ปิดผ้าคลุมไว้ แต่ละคนก็สร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง

ส่วนผมจะวางอย่างไรดี??? จะฝากใครสักคนใส่กระเป๋าเขาดีมั้ย... เอ... ถ้าเขาสอบเสร็จก่อน แล้วของเราติดไปด้วยล่ะ จะโทรตามก็ไม่ได้เพราะมือถืออยู่ในนั้น!!! ทำไงดี

ก่อนความวิตก และความกังวลจะทำลายสมาธิในการสอบของผม"มาก"ไปกว่านี้ ผมปีนเข้าไปในสวน ในที่ๆคิดว่าต้องไม่มีใครเดาได้แน่ ปรากฎ... มีคนวางกระเป๋าไว้ในตำแหน่งนั้นเยอะมาก แต่ก็พอมีซอกระหว่างหินกับต้นไม้ ที่ไม่ค่อยเป็นจุดสังเกต ขนาดของซอกพอดีกับซอง ผมเลยตัดสินใจว่าไว้ที่ซอกนั้น "เป็นต้นไม้ต้นที่ 2 ทางซ้ายมือ เมื่อหันหน้าเข้าหาน้ำพุ" ผมนึกทบทวนในใจ จากนั้นก็เดินเข้าห้องสอบ

ที่ประตูห้องสอบคิดว่าเจ้าหน้าที่คงตรวจละเอียด แต่เห็นบางคนยังถือกล่องเครื่องเขียน กระเป๋าถือเข้าไปได้เลย เอ...หรือเราจะกลับไปเอาเข้ามามั่งดีหว่า ลองเหลียวหลังไปดู ปรากฎว่าคนจำนวนมากต่อคิวอยู่ แม้ข้างหน้าจะเจออะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ แต่ตอนนั้นเลยจุดที่จะถอยได้แล้ว ต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้น!!!

พ้นจากประตูเข้ามา ระหว่างเดินหาที่นั่ง มองไปข้างหน้า โอ้โห... เพิ่งรู้สึกได้ว่าที่จุฬาฯ มีคนอยากเข้ามาเรียนมากขนาดนี้(เชียวหรือ) เพราะทั้งห้องโถงใน Hall 9 ภาพที่คุ้นตาควรจะเป็น ซุ้มของบริษัทฯ ห้างร้านต่างๆ มาแสดงสินค้า บัดนี้เป็นห้องโถงโล่งๆ มีที่นั่งเรียงราย สุดลูกหูลูกตา ไม่เคยทดสอบร่วมกับคนเยอะอย่างนี้มาก่อน รู้สึกเหมือนไปเกณฑ์ทหารยังไงไม่รู้ เพียงแต่ไม่ต้องถอดเสื้อเท่านั้น

โชคยังดี(หรือป่าว)ที่ที่นั่งของผมอยู่แถวที่ 2 จากริมสุด ฟังเสียงประกาศภาษาไทยจากเจ้าหน้าที่ซึ่งประกาศเข้าไมค์โครโฟนก็ฟังชัดเจนดี แหงนมองไป เจอลำโพงอยู่เยื้องจากศรีษะไปหน่อย ก็โล่งใจว่าคงไม่เลวร้ายนักนะวันนี้

เข้านั่งประจำที่ได้ตอน 8.45, 8.55 คนยังเดินเข้าอย่างต่อเนื่อง 9.10 เริ่มให้ลงชื่อในรายชื่อผู้เข้าสอบ, 9.15 ยังมีคนเดินขวักไขว่ในห้องสอบ สักพักมีฝรั่งเดินเข้าไปตามเจ้าหน้าที่คุมสอบ จับใจความได้ว่าจะเริ่มสอบเมื่อไร เขากลัวว่าจะมาผิดที่, 9.20 เริ่มแจกข้อสอบ เริ่มแตะข้อสอบเพื่อเขียนชื่อได้ตอน 9.25, เริ่มสอบจริงๆ 9.30

พอ"เทป"เริ่มเปิด ผมขออนุมานว่ามันคือ"เทป"จริงๆ แม้ว่าจะนั่งไกลจากจุดที่เปิด แต่ขอรับรองได้เลยว่ามันคือ"เทป" อย่างน้อยก็คุณภาพเสียงแบบ"เทป" เพราะมันอู้อี้ และนี่ยังไม่รวมถึงเสียงก้อง และสะท้อนไปมาด้วย ตอนนั้นใจไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย

เพราะการฟังเป็นอะไรที่ต้องแข่งกันทำคะแนน ผมเองคาดหวังไว้กับการฟังมากกว่าการอ่าน และการเขียน ทำให้นึกถึงมาตรฐานของการสอบ รวมถึงความเท่าเทียมกันของผู้เข้าสอบ(ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความพอใจ) เนื่องจากในห้องโล่งแบบนั้นตำแหน่งของการนั่งมีผลต่อคุณภาพของเสียงที่รับฟังได้อย่างแน่นอน ผู้เข้าสอบแต่ละคนจึงได้รับฟังเสียงที่มีคุณภาพต่างกัน ไม่เท่าเทียม การสอบนี้"ไม่เป็นมาตรฐาน"

1. ไม่เป็นมาตรฐานสำหรับแต่ละคนในการสอบครั้งนี้
2. ไม่เป็นมาตรฐานเมื่อเทียบกับการสอบครั้งอื่น ซึ่งจัดสอบในห้องที่
ระบบเสียงดีกว่านี้

ยิ่งหลังจากทำในส่วนของการอ่าน และการเขียน ยิ่งรู้สึกกังวลต่อผลการสอบ เพราะดูๆแล้วข้อสอบใน 2 ส่วนหลังนี้ไม่ยาก คะแนนน่าจะตัดกันที่ส่วนของการฟังนี่แหละ

หลังจากเจ้าหน้าที่ฯอนุญาตให้ออกจากห้องได้ผมรีบวิ่งไปที่ซอกหลืบที่ผมซ่อนขุมทรัพย์เอาไว้ เป็นกลุ่มแรกๆที่ออกจากห้อง โชคดีที่ซองใสผมยังอยู่ที่เดิม... 

ถ้าต้องสอบใหม่ เนื่องจากคะแนนไม่ดี แม้ไม่ได้คาดหวังว่าทางศูนย์ทดสอบฯจะจัดสอบใหม่ให้ฟรี ทั้งๆที่ทั้งหลายทั้งปวงทางศูนย์ทดสอบฯ น่าจะต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างหนึ่งอย่างใดบ้างก็ตาม แต่ก็หวังว่าการทดสอบในครั้งต่อๆไปจะเป็นมาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็น

จึงมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์(อันเลวร้าย) ส่วนผลสอบเป็นอย่างไรจะมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง... 

 

edit @ 26 Sep 2008 09:12:19 by Paan

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอให้โชคดีค่ะopen-mounthed smile

#1 By dowrun happy on 2008-09-25 21:33

เพิ่งทราบว่าคนเยอะขนาดนี้ big smile
ไปสอบมาเหมือนกันค่ะ แย่มากๆๆ T^T

#3 By natty (125.25.97.141) on 2008-09-29 15:04

เล่าได้ฮาดีคับ

#4 By Treser (58.9.136.127) on 2008-10-01 03:17

ไปสอบมาเหมือนกัน ฟังแทบไม่ได้เลย ปัญหาเดียวกันเลย เศร้าangry smile

#5 By Pommie (61.19.66.194) on 2008-10-03 11:23