Lobito Episode II - The Coastline Journey

posted on 11 Oct 2007 20:17 by paan  in Journey

 
เดินทางเลาะเรียบชายฝั่งมหาสมุทร Atlantic ไปประมาณ 500 กิโลเมตร

 
ถนนแถบชานเมือง Luanda มองออกไปจะเห็นเกาะ Mussulo ตรงเส้นขอบฟ้า


พาหนะช่วง 300 กิโลเมตรแรกครับ ลูกค้าเหยียบประมาณ 100-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหวอๆดีข้างทางเจอซากรถตรึมเลย -_-''


Angola อีกมุมหนึ่งที่น่าจดจำครับ ประมาณ 50 กิโลเมตรเลียบชายฝั่ง จาก Luanda ก็จะเจอความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ เป็นหน้าผาที่เกิดจากการกัดกร่อน ภาพที่ถ่ายมาเทียบไม่ได้แม้เพียงครึ่งเดียวที่ผมได้เจอด้วยตาครับ


ด้านตรงข้ามหน้าผาจะเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล งดงามมาก ไม่น่าเชื่อว่านี่จะอยู่ใน Angola หลังจากที่ผมอยู่ Luanda มาปีกว่าๆ

อีกครั้งกับการเดินทางไป Lobito ออกเดินทางจาก Luanda ประมาณเก้าโมงครึ่งตอนเช้าของวันที่ 4 ต.ค. คราวนี้นั่งรถไปครับ ช่วง 3 ชั่วโมงแรกผมนั่งรถกระบะไปกับลูกค้า ส่วนอีก 5 ชั่วโมงที่เหลือนั่งไปกับรถขนน้ำมันร้อนครับ สองข้างทางได้เจอความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมของคนที่นี่ และธรรมชาติที่ยังคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ โดยรวมแล้วการเดินทางครั้งนี้ ทำให้ผมรักประเทศนี้มากขึ้นแล้วสิ ^_^


แม่น้ำ Kwanza : เป็นแม่น้ำสายใหญ่ไหลลงสู่มหาสมุทร ห่างจาก Luanda ประมาณ 80 กิโลเมตร กว้างพอๆกับแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อของแม่น้ำนี้เป็นที่มาของชื่อที่ใช้เรียกหน่วยเงินตราของที่นี่ด้วยครับ Angolan Kwanza(s):AOA


เบื้องหน้าคือเมือง Porto Amboim ครับเป็นเมืองชาวประมง ห่างจาก Luanda ประมาณ 150 กิโลเมตร


ภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านริมฝั่งครับ ที่


บ้านในเมืองตามชนบทจะสร้างจากหิน แล้วเอาปูนก่อขึ้นเป็นเหลี่ยมๆอย่างที่เห็น พบเห็นได้ทั่วๆไปครับ

หลังจากที่นั่งรถมากว่า 3 ชั่วโมงก็ได้เวลาพักเที่ยงครับ เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทาง และได้มีโอกาสมากินอยู่ตามแบบแอฟริกาจริงๆ ทุกอย่างเป็นธรรมชาติมากครับ เราพักที่เมือง Sumbe ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัด Cuanza Sul ห่างจาก Luanda ประมาณ 300 กิโลเมตร หลังจากินข้าวผมเปลี่ยนจากรถกระบะมานั่งรถขนน้ำมันแทน ปรากฎว่ารถบรรทุก Volvo นั่งสบายกว่าแฮะ กว้างขวางมีแอร์ และ CD ฟังด้วย ^_^


Cabidela : เป็นอาหารพื้นบ้านของคนที่นี่ครับ ทำจากไก่หั่นเป็นชิ้นแล้วก็เคี่ยวกับน้ำซุป และเลือดไก่ กินกับข้าวอร่อยดีแฮะ ^_^


เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักระหว่างจังหวัดครับ ถนนเพิ่งปรับปรุงใหม่ รถบรรทุกด้านขวามือในรูปเป็นแบบเดียวกับคันที่ผมนั่งครับ ลูกค้านั่งอยู่คันหน้า ^_^


ถนนจะเลาะเรียบชายฝั่ง และตัดผ่านภูเขาครับ ก็อันตรายสำคัญคนไม่ชำนาญทาง และมือใหม่หัดขับ


ผ่านแม่น้ำใหญ่ๆหลายแห่งครับ รอบๆแม่น้ำก็จะเป็นแหล่งชุมชน ชาวบ้านจะมาใช้สอยน้ำจากแม่น้ำเพื่อการดำรงชีวิต


ใครว่าแอฟริกาจะมีแต่ทะเลทราย พื้นที่ป่าเขียวก็มีครับ สวยมากด้วย

เดินทางต่อจาก Sumbe อีกประมาณ 5 ชั่วโมงครับ สองข้างทางก็จะเป็นที่รกร้างแห้งแล้ง บางช่วงก็เป็นป่าครับ สลับกับหมู่บ้านต่างๆ ผมว่าน้อยคนจะได้เป็นสภาพความเป็นอยู่คงคนแอฟริกาจริงๆนะ เมืองและกะท่อมน่าอยู่มากเลย แต่ว่าหน้าร้อนก็คงจะร้อนมาก หน้าหนาวก็คงจะหนาวมากเหมือนกัน ถึง Lobito ประมาณทุ่มครึ่งครับ ก็มืดพอดี


ผมชอบต้นไม้พันธ์นี้มากมาย ^_^


กระท่อมของชาวบ้านในชนบทครับปลูกรวมๆกันเป็นหมู่บ้านแล้วสวยดีแฮะ ถ้ามีโอกาสจะไปสร้างที่เมืองไทยสัก 2-3 หลัง ^_^


สภาพถนนช่วงใกล้ถึง Lobito จะเป็นหลุ่มเป็นบ่อหน่อย


ถ่ายกับรถบรรทุกน้ำมันที่ผมนั่งมาด้วยครับ เราพักกันจุดนี้ประมาณ 15 นาที


มืดแล้วแฮะยังไม่ถึง Lobito อีก จากนี้ก็ถ่ายรูปไม่ได้แล้วครับ เพราะแสงไม่พอ

หลังจากเอารถบรรทุกไปจอดไว้ที่โรงงานของลูกค้าที่ Lobito ก็ได้เวลาพักผ่อนครับ แต่โรงแรมที่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไรแฮะ ทั้งๆที่อยู่ในทำเลที่ดี ได้ข่าวตอนหลังว่าเจ้าของอายุ 90 ปีแล้ว และไม่คิดจะปรับปรุงอะไร ราคาห้อง $125 ครับเป็นห้องสวีทนะ ^_^ แต่ว่าไม่ค่อยน่าภิรมย์เท่าไร ปลั๊กไฟในห้องต้องใช้อย่างระวังไม่งั้นเผลอไปแตะ ลวดทองแดงเข้ามีหวัง ได้เฝ้า Lobito ตลอดไปแน่


ภาพวิวจากหน้าต่างของโรงแรม เห็นชายหาดเบื้องหลัง สถานีรถไฟครับ

 
อีกมื้อที่น่าจดจำ เป็นหนวดปลาหมึกยักษ์ทอดในน้ำมันมะกอกครับ หนวดมันใหญ่มากเลยอะ อร่อยดีด้วย


มุมหนึ่งในเมือง Lobito ครับ ก็ยังมีรถตู้สีฟ้าเหมือนที่ Luanda เลยแฮะ แต่ใหม่กว่า ^_^


ขากลับนั่งเครื่องกลับครับ คราวนี้ลำใหญ่ Boeing 737-400 ของสายการบินแห่งชาติ TAAG ค่าตั๋วแค่ $80 แต่ว่าแจกแต่น้ำดื่มแฮะไม่มีอาหาร


ภาพท่าเรือกันคับคั่งของ Luanda ครับ มิน่าเราต้องดั้นด้นไปถึง Lobito


มุมหนึ่งของ Luanda จากหน้าตาเครื่องบิน


เย็นนี้พระอาทิตย์สวยจังแฮะ ^_^

คราวนี้อยู่ที่ Lobito นานหน่อยครับ ไม่ใช่เพราะยุ่งแต่เพราะมีปัญหาเครื่องเที่ยวบินขากลับ SonAir ที่เคยนั่ง ปรากฎว่าไม่มีที่นั่งสำหรับผม ลูกค้าก็เลยกลับ Luanda ไปก่อน ผมต้องรอเที่ยวบินของ TAAG ในวันรุ่งขึ้น กลับถึง Luanda ประมาณหกโมงเย็นของวันที่ 8 ต.ค.ครับ แต่กว่าจะถึงบ้านก็ประมาณเกือบสามทุ่ม เนื่องจากระบบโทรศัพท์ของ Unitel ล่มทำให้ติดต่อใครไม่ได้เลย ต้องให้คนรู้จักพามาส่ง

ก็จบลงด้วยดีครับสำหรับการไป Lobito อีกครั้งของผม ไปครั้งนี้ผมได้เห็นอะไรตื่นตาตื่นใจมากมาย มุมมองต่อประเทศนี้ของผมเปลี่ยนไป(นิดหน่อย) ^_^ หมายถึงยังมีอีกหลายเมือง หลายจังหวัดที่น่าจะเดินทางไปดูครับ เช่น Huamno(ออกเสียง วูม-โบ) หรือ Novo Lisboa เก่าในสมัยยุคอณานิคมของที่นี่ ได้ยินว่าเป็นเมืองใหญ่และผมดูแล้วน่าจะเป็นอีกเมืองที่สวยงาม

สำหรับรูปของ Trip นี้ผมมีอีกเป็นกะตั้กนะครับ ไปดูได้ที่ hi5 ของผมละกัน

 

edit @ 14 Oct 2007 23:24:51 by Paan

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สวยดีครับ แต่ดูแห้งแล้งไม่ค่อยมีต้นไม้แบบบ้านเรา

#1 By Ripley on 2007-12-24 08:00